เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยง ๔ มรดกโลก

ขอกราบสวัสดีคุณผู้อ่าน และชาวเน็ตทุกท่านที่กำลังท่องโลกออนไลน์ หาข้อมูลที่พัก ที่เที่ยวโน้นนี้นั้น อยู่ ณ ขณะนี้นะค่ะ ก่อนอื่นเลยตามธรรมเนียมวัฒนธรรมไทยที่งดงามขอมาต้อนรับท่านเข้าสู่เว็ป Vespatravel แนะนำที่พัก รีวิวที่เที่ยว เขียนไปเรื่อยเปื่อย เผื่อว่าจะมีท่านใดสนใจ

สำหรับเนื้อหาบล๊อกในวันนี้ อยากจะขอมาแนะนำ ประตูเส้นทางท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยง ๔ มรดกโลก ยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งในเมืองไทย ที่อยู่ไม่ไกล
จากกรุงเทพ อยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง พร้อมจัดสัมมนาทางวิชาการและเจรจาธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
ทั้งจากในและต่างประเทศ และสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น


และหากใครที่วางแผนจะมาเที่ยวอยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง ๔ มรดกโลก  ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม   แหล่งเพื่อการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ที่มีความโดดเด่นสมบูรณ์ และครบถ้วนในด้านคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ดึงดูดตาและตราตรึงใจชวนให้หลงไหลแห่งหนึ่งในเมืองไทย
ที่นี่มีแหล่ง ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้สิ่งแวดล้อมของภูเขาทำให้มีคนหัวใสย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานเป็นบ้านถ้ำมาหลายศตวรรษ อยากพา
ทุกท่านออกไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์นอกห้องเรียนทำความรู้จักกับ 4 แหล่งมรดกโลก ที่อยู่คู่แผ่นดินไทย

Vespatravel  ได้ร่วมมีโอกาสร่วมเดินทาง ตามรอยเมืองแห่งตำนาน ๔มรดกโลก เริ่มต้น จากกรุงเทพมหานคร มุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวทางมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สถานที่บันทึกประวัติศาสตร์การดำรงชีวิตมากว่า 5,000 ปี นานมากๆ จากนั้นใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๒๑ มุ่งสู่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ปี และกำลังเสนอรายชื่อเป็น Tentative List
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ  จังหวัดเพชรบูรณ์
มาถึง หนึ่งในมกรดกโลกที่สามารถไปชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เป็นเมืองน่าเที่ยวน่าสัมผัสความเก่าแก่แบบลึกลับ เมื่อก้าวข้ามผ่านประตูเมืองโบราณ เหมือนได้เข้าสู่เมืองเทพนิยาย ตัวเมืองเก่าถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเมืองใหญ่แข็งแรง เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ อุทยานมีพื้นที่ครอบคลุมโบราณสถานในเมืองเก่าศรีเทพ ศรีเทพเป็นเมืองโบราณที่อยู่ในท้องที่อำเภอศรีเทพ เดิมมีชื่อว่า “เมืองอภัยสาลี” ถูกค้นพบเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปตรวจราชการมณฑลเพชรบูรณ์ และได้ทรงเรียกเมืองนี้เสียใหม่ว่า “เมืองศรีเทพ” เมื่อปี พ.ศ. 2447-2448 เมืองโบราณศรีเทพนี้มีลักษณะเป็นเมืองซ้อนเมืองขนาดใหญ่ ที่ตั้งของเมืองอยู่ในชุมทาง ที่สามารถติดต่อกับภาคอื่น ๆ ได้สะดวก ดังนั้นจึงได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากอาณาจักรข้างเคียง มาผสมผสาน เช่น ศิลปะทวารวดี ศิลปะขอม เป็นต้น เมืองศรีเทพสร้างขึ้นในยุคของขอมเรืองอำนาจ ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี โดยดูจากหลักฐานทางสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และวัฒนธรรมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความเจริญสูงสุดทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม สันนิษฐานว่าเจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 11 ถึงพุทธศตวรรษที่ 16

โดยบริเวณอุทยานมีอาณาเขตที่กว้างขวางมากแนะนำให้ขับรถเที่ยวชมบรรยากาศจะได้ไม่เหนื่อย หรือเพื่อน ๆ คนไหนสนใจนั่งรถรางพร้อมวิทยากรบรรยาย
ก็สามารถทำได้ หรือจะเป็นออกแรงปั่นจักรยานเพื่อเสพบรรยากาศข้างทางด้วยตนเองก็ไม่ว่ากัน



และหากใครที่วางแผนจะมาเที่ยว Vespatravel ขอแนะนำเส้นทาง เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยง ๔ มรดกโลก น เหมาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวคนเดียว มาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัว หมู่มาเป็นหมู่คณะ กรุ๊ปทัวร์ นักเรียน นักศึกษา ก็มีให้เลือกพักกันตามงบประมาณในกระเป๋าสตางค์ของท่านค่ะ ยังไงลองไปเลือกนำไปประกอบการตัดสินใจ

จังหวัดเพชรบูรณ์
สักการะพระพุทธมหาธรรมราชา พระประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปเนื้อโลหะ หล่อด้วยทองเหลืองบริสุทธิ์ ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อเป็นองค์ประธาน ประดิษฐาน ณ พุทธอุทยานเพชบุระ ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ยอดพระเกตุบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขนาดหน้า
ตัก 11.984 เมตร มีความหมายว่า  1 หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงเป็นพระมหากษัตริย์เอก หนึ่งในดวงใจของชนชาวไทย 1 หมายถึง พระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งมีเพียงองค์เดียวในโลก เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ เป็นองค์พระที่อัญเชิญมาประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเพชรบูรณ์ 9 หมายถึง รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ 84 หมายถึง วโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา


หลายคนอาจจะคุ้นหู และได้ยินคำว่า ‘มรดกโลก’ กันมาบ้างแล้ว ซึ่งมรดกโลกที่ว่านี้ อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่เมือง หรืออนุสาวรีย์เสมอไปมาถึง
อำเภอหล่มสัก พิพิธภัณฑ์หล่มศักดิ์” สถานที่ที่รวบรวมเรื่องราว เหตุการณ์ ความเป็นมาและวิถีชีวิต ของ “เมืองหล่มสัก” ชุมชนที่มีประวัติมาช้านาน
และมีความสำคัญอย่างมากของจังหวัดเพชรบูรณ์ มาจัดแสดงไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา

เราเดินทางต่อ สักการะพระธาตุศรีสองรัก บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมสถานที่ได้ แต่ขอให้เคารพสถานที่ แต่งกายให้สุภาพ ถ้าอยากจะถ่ายรูป ควรจะ
ขออนุญาตทางเจ้าหน้าที่ก่อนที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในปี พ.ศ.2103 สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือกันระหว่างพระมหาจักรพรรดิแห่งกรุงศรีอยุธยา(ไทย) และพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชแห่งอาณาจักรล้านช้าง(ลาว) เนื่องจากยุคนั้นพม่าเรืองอำนาจ และมีการรุกรานดินแดนต่างๆ เพื่อขยายอำนาจ กษัตริย์ทั้งสองพระองค์จึงเห็นว่าควรจับมือกันเพื่อความมั่นคง จึงได้กระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ล่วงล้ำดินแดน ของกันและกัน พร้อมได้ร่วมกันสร้างเจดีย์
ขึ้นถวายมีพระนามว่า“พระธาตุศรีสองรัก” ริมลำน้ำหมัน เป็นดังสักขีพยานแห่งสัจจะไมตรี และจะมีการจัดงานสมโภชพระธาตุในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของ
ทุกปี ผู้ที่จะมาสักการะพระธาตุศรีสองห้ามใส่เสื้อผ้า “สีแดง” หรือถือสิ่งของที่มีสีแดงเข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ เพราะสีแดง อาจเปรียบได้กับเลือดที่เป็นผลของการทำสงคราม คนโบราณจึงมีการห้ามไม่ให้ผู้ที่สวมเสื้อผ้าสีแดง เข้าไปบริเวณองค์พระธาตุ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมาจนถึงปัจจุบันด้วยเช่นกัน

วัดพระธาตุผาแก้ว อำเภอเขาค้อ วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วเดิมชื่อพุทธธรรมสถานพระธาตุผาซ่อนแก้ว เป็นสถานที่ ปฎิบัติธรรม มีทิวทัศน์สวยงามรอบด้านมองเห็นผาซ่อนแก้วและทิวเขาสลับซับซ้อน บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยม ชมสถานที่ได้ แต่ขอให้เคารพสถานที่ แต่งกายให้สุภาพ ถ้าอยากจะถ่ายรูป มีศาลาปฎิบัติธรรมประดิษฐานพระพุทธรูปหยกงดงามภายในตกแต่งด้วยภาพวาดศิลปะสวยงามแปลกตา ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างในราวปลายปี 2547 โดย คุณภาวิณี และ คุณอุไร โชติกูล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเริ่มแรกจำนวน 25 ไร่ เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป ปัจจุบันมีผู้ร่วมถวายปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มรวมทั้งสิ้นมีที่ดินรวม 91 ไร่ สถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า ผาซ่อนแก้ว พุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขา พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป


เราเดินทางต่อสู่อำเภอเขาค้อ ด้วยการไปชมวัดพระธาตุผาแก้ว เดิมชื่อพุทธธรรมสถานพระธาตุผาซ่อนแก้ว ไปแล้วจะหลงรัก เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่งดงามที่พึ่งพิงธรรมชาติอย่างชาญฉลาดไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม วัดพระธาตุผาแก้ว เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม
ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามรอบด้านมองเห็นผาซ่อนแก้วและทิวเขาสลับซับซ้อน มีศาลาปฎิบัติธรรมประดิษฐานพระพุทธรูปหยกงดงามภายในตกแต่งด้วยภาพ
วาดศิลปะสวยงามแปลกตา



อุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย หรือ เมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

ตักบาตรรับอรุณ บริเวณวัดตระพังทอง ครั้งนี้เป็นเส้นทางในช่วงเช้าเรารีบตื่นมาชมวิถีชีวิตคนไปเที่ยวแบบง่ายๆ คืออัศจรรย์ธรรมชาติที่แท้จริงแล้วอยู่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของผู้คน ที่เมืองนี้นักท่องเที่ยวจะรู้กันเลยว่าผู้คนมีความเป็นมิตรสูงมากๆ เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ตำนานเก่าแก่ของเมืองเก่าสุโขทัย

อุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย หรือ เมืองเก่าสุโขทัย ตั้งอยู่นอกตัวเมืองสุโขทัย ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุโขทัยไป ตามทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย-ตาก ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร เมื่อผ่านเข้าเขตเมืองเก่า จะแลเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่างๆ อันสง่างามและวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ กำแพงเมืองสุโขทัย ตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นกำแพงพูนดิน 3 ชั้น โดยการขุดเอาดินขึ้นมาถมเป็นกำแพงและพื้นดินที่ขุด ขึ้นยังเป็นคูขังน้ำไว้ ใช้สอยและเป็นกำแพงน้ำขึ้นอีก 2 ชั้น กำแพงด้านทิศเหนือจดทิศใต้ยาว 2,000 เมตร ด้านทิศตะวันตกยาว 1,600 เมตร มีประตูเมือง 4 ประตู ด้านเหนือเรียกว่า “ประตูศาลหลวง” ด้านใต้เรียกว่า “ประตูนะโม” ด้านทิศตะวันออกเรียกว่า “ประตูกำแพงหัก” ด้านทิศ ตะวันตกเรียกว่า “ประตูอ้อ”

ภายนอกกำแพงเมืองในรัศมี 5 กิโลเมตร มีโบราณสถานประมาณ 70 แห่ง สร้างขึ้นไว้ในพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ ได้รับการบูรณะซ่อมแซมโดยกรมศิลปากร และได้รับการจัดตั้งให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ในปี 2537

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เมืองนี้เป็นเมืองเก่าแก่นักเดินทางมากมายต่างอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง เยี่ยมชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นอดีตราชธานีที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยคือ 417 ปี มีพระมหากษัตริย์ปกครองจำนวนทั้งหมด 33 พระองค์ ในช่วงระยะเวลาอันยาวนานนี้ บรรพชนของไทยได้สร้างสรรค์ศิลปกรรม สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ไว้เป็นอนุสรณ์มากมาย ปรากฏเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า มีพื้นที่โบราณสถานทั้งสิ้นประมาณ 3,000 ไร่ เคยถูกรุกรานจากกองทัพต่างชาติ เมืองนี้มีความน่ารักสามารถเดินเล่นสบายๆ จัดไว้ในแพลนให้เป็นเมืองผ่านคั่นกลางในการเดินทางได้ดีทีเดียว โดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการอนุรักษ์โบราณสถานเมืองพระนครศรีอยุธยาภายใต้ชื่อ โครงการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เมื่อปี พ.ศ. 2525 และต่อมาในปี พ.ศ. 2534 อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม พร้อมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)กลับมามีชีวิตชีวา พร้อมกิจกรรมมากมาย

เพื่อรับรองให้เป็นมรดกโลกในอนาคตของประเทศไทย จากนั้นเดินทางต่อผ่านเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่าของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีวัฒนธรรมไทหล่มที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยผ่านด่านพรมแดนบ้านนากระเซ็ง จังหวัดเลย เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังเมืองแก่นท้าว แขวงไชยบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จากนั้นมุ่งสู่เมืองหลวงพระบาง แหล่งท่องเที่ยวทางมรดกโลกที่สำคัญ จากนั้นกลับเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้ง แล้วเดินทางมุ่งสู่แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก คือ อุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่าสุโขทัย และอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เชื่อมโยงต่อไปยังจังหวัดตาก และออกจากประเทศไทยอีกครั้งที่ด่านแม่สอด ไปยังประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และหลังจากนั้นเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้งจากด่านแม่สอด จังหวัดตาก มายังจังหวัดพิษณุโลก และ กลับสู่ กรุงเทพมหานคร

ท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก

ทกจ.เพชรบูรณ์ จัดทริปดึงผู้ประกอบการไทย-ต่างชาติ  สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดกิจกรรม Familiarization Trip ดึงผู้ประกอบการไทย-ต่างชาติ เปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยง ๔ มรดกโลก อยุธยา ศรีเทพ สุโขทัย หลวงพระบาง พร้อมจัดสัมมนาทางวิชาการและเจรจาธุรกิจ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศ และสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น

นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์

นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ดำเนินโครงการเปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ให้กับภาคเหนือ และสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศให้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวใหม่และสนใจการท่องเที่ยวในประเทศไทย และเป็นสื่อแนะนำผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุน

โดยจัดกิจกรรม Familiarization Trip และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมถึงสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น โดยใช้โอกาสด้านศักยภาพที่ตั้งที่สามารถเชื่อมโยงระหว่างภาคและเชื่อมโยงการพัฒนาตาม North-South Economic Corridor และ East-West Economic Corridor และประตูเชื่อมโยงชายแดนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ที่จังหวัดตาก และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จังหวัดเลย

ทั้งนี้กิจกรรม Familiarization Trip และสำรวจแหล่งท่องเที่ยวบนเส้นทางเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายน 2561 และวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2561

โดยจะมีการสัมมนาทางวิชาการและเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมต่อยอดธุรกิจและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลบวกให้กับการท่องเที่ยวรวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

ขอคุณข้อมูลการเดินทาง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย Familiarization Trip
โครงการเปิดประตูเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยง ๔ มรดกโลก