คู่ดูโอ้ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา เตรียมความเสริฟความม่วนออนทัวร์ยุโรป

วันนี้ทึมงาน ได้รับเกียรติจาก ศิลปิน เอม อภัสรา & แมน เจษฎา หมอลำไอดอล เดินสายตะลุยยุโรปพบ FC ชาวไทยในต่างแดน ผลงานเพลงที่โด่งดังจากเพลงฮิตติดหูมากมาย ที่สร้างปรากฏการณ์ บอกเล่าเรื่องราวก่อนเข้าห้องอัดเสียง โดยคู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เตรียมความพร้อมเสริฟความม่วนออนทัวร์ยุโรป ปลายเดือน มิถุนายน 69 นี้

มรดกภูมิปัญญาทางด้านศิลปะหมอลำ ซึ่งเป็นสุดยอดเพลงพื้นบ้านทางภาคอีสาน เป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง โดดเด่นที่สุดของภาคอีสานจนสามารถยึดเอาเป็นอาชีพได้ผู้ที่จะเป็นหมอลำได้นั้นต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถสูง มีสติปัญญาดี มีทั้งศาสตร์และศิลป์และมีความจำเป็นเลิศ

สำหรับ เอม อภัสรา (ดนิตา มาบุญธรรม) นักร้องหมอลำสาวดาวจรัสฟ้า ลูกทุ่งหมอลำหญิงชาวไทย ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นตัวแทนของคนอีสานที่มีชื่อเสียงจากผลงานเพลงลูกทุ่งอีสาน ภาษาของคนอีสาน ที่บอกเล่าชีวิต ความรัก ความเจ็บปวด และความหวัง มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ยอดฮิตมากมาย เช่น ลมส่าคนหลายใจ, ฮักอ้ายหลายตายกะซ่าง, และ ชมรมบ่ย่านผัว ท็อปไลน์-ไดมอนด์ (หรือ ท็อปไลน์มิวสิค) เป็นค่ายเพลงลูกทุ่งและหมอลำระดับตำนานของไทยสร้างชื่อเสียงในระดับสากล เดินทางไปแสดงและถ่ายทอดศิลปะการลำในหลายประเทศทั่วโลก

จากความสำเร็จของ แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์ เจ้าของเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งไทย นายเจษฎา โชควิเศษ เป็นนักร้องลูกทุ่ง ลีลาเด็ด เสียงดีจากเวทีประกวด ชิงช้าสวรรค์ อดีตนักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จังหวัดนครปฐม ก่อนจะก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินเต็มตัวและมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักในวงการเพลงลูกทุ่ง ที่แฟนคลับให้กำลังใจอย่างล้นหลาม สร้างชื่อเสียงในระดับสากลที่จะนำศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นออนทัวร์ในยุโรป

ด้วยความพร้อมในทุกด้าน ปีนี้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ทั้งคู่จับคู่กันเป็นศิลปินคู่ขวัญในวงการเพลงลูกทุ่งและหมอลำ ถ่ายทอดบทเพลงร่วมกันได้รับความนิยมในฐานะคู่ขวัญสายม่วน ใครจะคิดว่าวันหนึ่งดนตรีพื้นบ้านจากภาคอีสานอย่าง ‘หมอลำ’ การร้องหมอลำ มีสำเนียงการร้องและเอื้อนแบบหมอลำอีสานแท้แท้ที่จับใจได้รับความนิยม ไม่เพียงแค่ในประเทศไทย แต่ไกลถึงสากลโลก จนได้มีโอกาสทัวร์เพื่อบรรเลงไปที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรป รวมถึงงานเทศกาลต่างๆ ในต่างประเทศ มีความสดใหม่และความงามแบบดั้งเดิมผสมรวมกันอย่างกลมกล่อม งานปาร์ตี้ที่เปิดเพลงหมอลำ ตระเวนทัวร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พัฒนากลายมาเป็น คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ที่เรารู้จักกันทุกวันนี้

ทั้งสองศิลปิน ลูกทุ่งหมอลำที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด บินลัดฟ้า นำโชว์ความเป็นอีสานให้กระหึ่มการออนทัวร์ยุโรป มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเดินสายทัวร์ยุโรป โดยบอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานและเบื้องหลังการเข้าห้องอัดให้แฟนๆ การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้เรียกได้ว่า “ซาวน์ดนตรีสดจัดเต็ม” โชว์แต่ละครั้งกินเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โดยคู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ทั้งร้อง ทั้งเต้นยังดูฟิตและแข็งแรง เช่นเดียวกับการแสดงบนเวทีที่ไม่ใช่แค่แสงสีเสียงและแดนเซอร์จำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น การมาดู คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ไม่ได้ดูแค่หมอลำเท่านั้นมาสร้างความสุขให้คนดู ทำให้แฟนคลับของไหมไทยไม่ได้มีแค่รุ่นราวคราวเดียว

ทั้งสองศิลปิน ลูกทุ่งหมอลำที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด บินลัดฟ้า นำโชว์ความเป็นอีสานให้กระหึ่มการออนทัวร์ยุโรป มีการเตรียมความพร้อมเพื่อเดินสายทัวร์ยุโรป โดยบอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานและเบื้องหลังการเข้าห้องอัดให้แฟนๆ การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้เรียกได้ว่า “ซาวน์ดนตรีสดจัดเต็ม” โชว์แต่ละครั้งกินเวลาไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โดยคู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ทั้งร้อง ทั้งเต้น ยังดูฟิตและแข็งแรง เช่นเดียวกับการแสดงบนเวทีที่ไม่ใช่แค่แสงสีเสียงและแดนเซอร์จำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น การมาดู คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอมอภัสรา ​X แมนเจษฎา ไม่ได้ดูแค่หมอลำเท่านั้นมาสร้างความสุขให้คนดู ทำให้แฟนคลับของไหมไทยไม่ได้มีแค่รุ่นราวคราวเดียว

แมน เจษฎา ชิงช้าสวรรค์ ศิลปินสายเอนเตอร์เทรน เจ้าของเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งไทย ผลงานเพลงของเขามักมาพร้อมจังหวะสนุก เป็นคนทำงานหนัก และเก็บหอมรอมริบ ทำให้ก้าวต่อไปของเขาหลังจากประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว เจ้าของบทเพลงลูกทุ่งจังหวะสนุกสนาน แนวลูกทุ่ง/หมอลำ ที่มักออกทัวร์คอนเสิร์ตมีผลงานเพลงประจำตัวที่สร้างชื่อเสียง คือเพลง สไมล์อ๊อฟลูกทุ่งเดินทางตระเวนแสดงสดทั่วประเทศเป็นจำนวนหลายร้อยโชว์ ทั่วโลก

ปลายเดือน มิถุนายน 69 นี้ คู่ดูโอ้ลูกทุ่งหมอลำ เอม อภัสรา ​X แมน เจษฎา บอกเล่าเรื่องราวความสนุกสนานแฟนเพลงทั่วโลก สามารถติดตามผลงานเดี่ยวของแต่ละคนได้ โดย เอม อภัสรา มีผลงานเพลงฮิต เจ้าของเสียง “ส่ำผู้ชาย บ่งึด” และ “ชมรมบ่ย่านผัว” ส่วน แมน เจษฎา เป็นนักร้องหนุ่มเสียงดีจากเวทีประกวดชิงช้าสวรรค์ ที่โด่งดังจากเพลงฮิตติดหูมากมาย โดยเพลงดังที่สร้างปรากฏการณ์ ที่มีผลงานเพลงเช่น ยืนไห้ในรถแห่”และ “รอวันเธอว่าง”

มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) จัดงานกาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) ณ โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ กรุงเทพฯ

อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์  (ม.น.ข.)  และคณะกรรมการจัดงานให้การต้อนรับ นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้สภากาชาดไทย  และที่ปรึกษา ม.น.ข. ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี 

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ “ราชินีคู่ราชัน” คู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงองค์อุปถัมภิกามูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมก์ (ม.น.ข.)…ประธานกรรมการบริหาร ม.น.ข. นำถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงรับ ม.น.ข. ไว้ใน “พระบรมราชินูปถัมภ์” ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2504 จวบจนปัจจุบัน 

นายวิสูตร กาญจนปัญญาพงศ์ ประธานดําเนินงาน ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้ได้รับโอกาสศึกษาตามสมควรแก่ศักยภาพ ภายใต้โครงการ “ม.น.ข. เฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ (72 พรรษา) สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดย ม.น.ข. ได้ร่วมกับ มูลนิธิสุนทราภรณ์ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นําเสนอบทเพลงยอดนิยมของวงดนตรีสุนทราภรณ์ 

นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานในพิธี ได้กล่าวเปิดงาน และชื่นชมถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของ ม.น.ข. ที่ได้ดำเนินการจัดหาทุนการศึกษามาอย่างยาวนานถึง 65 ปี เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก และเยาวชนที่ขาดแคลน  ทุนทรัพย์ทั่วประเทศ ให้ได้ศึกษาจนจบหลักสูตรตามสมควรแก่ศักยภาพ มามากกว่า 25,000 คน ซึ่งเป็นการยืนยันได้ว่า  ม.น.ข. ได้ดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และมีคุณูปการต่อการช่วยเหลือสังคม เป็นอย่างยิ่งการสร้างสะพานบุญของ ม.น.ข. โดยความร่วมมือกับมูลนิธิสุนทราภรณ์ฯ ในค่ำคืนนี้เป็นการตอบแทนผู้มี จิตศรัทธาที่ร่วมสนับสนุน ม.น.ข. ให้ได้รับความเพลิดเพลินกับดนตรี และเสียงเพลงอันไพเราะได้เป็นอย่างดียิ่งรวมทั้ง เป็นการสร้างความผูกพันที่มีต่อ ม.น.ข. อีกโสตหนึ่งด้วย

ภายในงาน แขกผู้มีเกียรติจะได้รับฟัง และรับชมดนตรี จากวงดนตรีสุนทราภรณ์อย่างจุใจถึง 33 บทเพลง โดยถ่ายทอดบทเพลงอันอมตะผ่านศิลปินสุนทราภรณ์ ทั้งคลื่นลูกเก่า และคลื่นลูกใหม่ ศิลปินรับเชิญ อาทิ เม้า-คุณสุดา ชื่นบาน (ศิลปินแห่งชาติ) ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย แบงค์-เฉลิมรัฐ จุลโลบล อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัตสัน  เอฟ-รัฐพงศ์ ปิติชาญ วิ-ดร.วิรัช ศรีพงษ์ และนักร้องกิตติมศักดิ์อีกหลายท่าน

รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเขาเหล่านั้นจะเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่สําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไป

กาล่า ดินเนอร์ การกุศล “เพลินเพลงสุนทราภรณ์ กับ ม.น.ข. เพื่อสนับสนุนการศึกษาเฉพาะกิจ” ครั้งที่ 3 (2569) วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 
ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพฯ

พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน

พระมหาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต มีตำแหน่ง ประธานสงฆ์ ที่วัดหนองกก-หนองยาว โดยปัจจุบันท่านจำพรรษา  อยู่ที่วัดหนองกก-หนองยาว พระนักเทศน์ชื่อดังทางภาคอีสาน เจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ ที่มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านการ เทศน์มหาชาติ และ เทศน์แหล่ประยุกต์ ผู้สืบทอดคำสอนที่เปลี่ยนธรรมะให้เข้าถึงง่าย ช่วยจุดประกายความคิดและเยียวยาจิตใจ  สร้างความเฮฮาตลอดการเทศน์ ยิ่งกว่านั้น เป็นการเทศน์ที่มีเนื้อหาทันสมัยท่านใช้กลวิธีที่หลากหลายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกวัยปรับใช้ในชีวิต

พระอาจารยม์หาสมเกียรติ สุทธฺจฺิตโต เป็นพระรูปหนึ่งที่ควรยกย่องว่าเป็นสุดยอดของพระภิกษุอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอีสาน โดยทำหน้าที่สืบทอดภาษาถิ่น สอดแทรกคำสอน และหล่อหลอมความสามัคคีผ่านประเพณีดั้งเดิม นิยมเทศน์ในงานบุญประเพณี โดยเฉพาะ บุญมหาชาติ (บุญผะเหวด) และบุญกฐิน ซึ่งช่วยดึงดูดให้คนในชุมชนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วม ได้เงินมาไม่เคยสะสมเป็น สะพานบุญ ให้กับชาวพุทธอย่างแท้จริง

พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ท่านเกิดใน ครอบครัว ทีรักโยมบิดาชื่อคุณพ่อบุดดี ที่รักโยมมารดชื่อคุณแม่น้อย ที่รัก พระมหาสมเกียรติ เกิดเมื่อศุกร์ ที่ 24 เดือน ธันวาคม ปีมะโรง พ.ศ.2519 ณ บ้านเลขที่ 111 บ้านหนองปลิง ตำบลโคกสะอาด อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้องหมด 5 คน คือ

1.นายบุญนาย ที่รัก 2.นายบุญพราน ที่รัก
3.นายหนูแดง ที่รัก 4.นางจิณณพัติ ที่รัก 
5.พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต (ที่รัก) 

พระอาจารยม์หาสมเกียรติ เกิดในครอบครัวเกษตรกรรม ได้รับการศึกษาชั้นประถมจากโรงเรียนบ้านหนองปลิง จบชั้นประถม 6 โยมพ่อขอร้องให้ท่านบวชเณร เมื่อปี พ.ศ. 2532 วัดบ้านค้อนิมิตร ตำบลโคกสะอาด ถือเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างโดยมีหลวงพ่อญาครูคำมูล เป็นผู้นำศรัทธาญาติโยมทั้งด้านการก่อสร้าง ด้านปริยัติการศึกษามีสำนักเรียนธรรมบาลีสามเณรน้อยได้รับการศึกษาพร้อมทั้งการอบรมบ่มนิสัย จากหลวงพ่อญาครูคำมูล เป็นอย เนื่องจากอุปนิสัยของสามเณรน้อยเป็นคนขยันหมั่นเพียร อ่อนน้อมถ่อมตนใฝ่เรียนรู้ บวชเณร 3 พรรษา ท่านก็สามารถสอบนักธรรมชั้นเอกได้เร็จ ซึ่งใน 3 พรรษาแห่งการเป็นสามเณรน้อยนี้ ได้มีโอกาสปนนิบัติรับใช้ท่านญาครูคำมูล อย่างใกล้ชิด

จากหลังจากสามเณรสมเกียรติ บรรพชาจากปี พ.ศ.2532 ล่วงถึง ปี พ.ศ.2540 รวมแล้วได้ 9 พรรษา ท่านมีอายุครบบวช โยมพ่อโยมแม่ท่านอยากให้มาบวชที่บ้านเกิดท่านจึงตัดสินในมาอุปสมบทที่บ้านเกิด คือ อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี พระครูวิสุทธิมงคล เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการมูล จันทปโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูวิมลโพธิวัฒน์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ พระอุโบสถวัดมงคลนิมิต ในวันที่ 11 เดือน พฤษภาคม ปี พ.ศ.2540 เวลา 14.20 น. ได้รับนามทางพระพุทธศาสนาว่า สุทฺธจิตฺโต ภิกษุ แปลว่า ผู้มีจิตหมดจด 

จากจุดเริ่มต้น ศิษย์เรียนเทศน์แหล่อิสานกับ พระอธิการพรชัย พระนักเทศน์แหล่อิสานชื่อดัง แห่งสำนักวัดหนองกก-หนองยาว ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม การศึกษาเทศน์แหล่อิสาน ของท่านพระอาจารย์มหาสมเกียรติ  จึงได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับได้ชื่อใหม่ว่า เณรหล่า (ลูกชายหล่าของพ่อออก-แม่ออก) ณ วัดหนองกก-หนองยาว นี้เอง ด้วยสามเณรหล่าเป็นคนขยัน ปรนนิบัติ รับใช้ครูบาอาจารย์ ตั้งใจฝึกฝน หมั่นหัดท่องทำนองแหล่ จึงเป็นที่เมตตาของครูบาอาจารย์ ในปี พ.ศ.2535 สามเณรหล่าจึงมีโอกาสได้ขึ้นธรรมาสน์แสดงธรรม และก็ไม่ได้ทำให้ครูอาจารย์ผิดหวัง แสดงธรรมได้เป็นที่ถูกอกถูกใจญาติโยมจึงเป็นที่รักและเคารพของโยมพ่อออกแม่ออกมากยิ่งขึ้น 

บทบาทพระสงฆ์กับสังคมไทย ในอดีตพระคือ แกนนำของหมู่บ้านการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ผ่านการสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้ภาษาเป็นสื่อกลางในการติดต่อกับอำนาจเหนือธรรมชาติที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์  ให้ล่วงรู้ถึงการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของชาวบ้านเพื่อที่จะคุ้มครองชาวบ้านจากภัยทั้งปวงเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในการพึ่งพาอาศัยกัน ประยุกต์ธรรมะเข้ากับแนวคิดการดำเนินชีวิต มีคุณงามความดีและปฏิบัติชอบอยู่ในระเบียบของพระพุทธศาสนา และช่วยเผยแพร่ศาสนาขององค์พระพุทธเจ้ามาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

การพัฒนา วัดหนองกก-หนองยาว พระมหาสมเกียรติ ท่านเป็นผู้นำพาญาติโยมและคณะสงฆ์พัฒนาวัดหนองกก-หนองยาว อย่างเต็มรูปแบบมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน  งานด้านการเผยแผ่ศาสนา ท่านเป็นเจ้าของสำนักเทศน์เสียงประยุกต์ รับกิจนิมนต์แสดงธรรมเทศนาและเทศน์แหล่อีสาน  ตามงานบุญประเพณีและงานอุทิศส่วนกุศลต่างๆ ทั่วภาคอีสานการอนุรักษ์วัฒนธรรม บทบาทของท่านมีส่วนสำคัญในการสืบสาน อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปะการเทศน์แหล่ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวอีสาน สืบต่อไป

วัดหนองกก-หนองยาว  อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
เพจ สำนักเทศน์เสียงพระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
fb : พระมหาสมเกียรติ สุทฺธจิตฺโต
ไลน์แอด mahasomkiatใส่@นะครับ TikTok @phramahasomkiat 

#ติดต่อนิมนต์แสดงธรรมแหล่อิสาน
#อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นอิสาน

SHEEP ดึง POLCASAN ต่อยอดสู่คอลเลคชั่นเคสมือถือ   

 เชื่อมแฟนคัลเจอร์  สร้างสีสันตลาดไลฟ์สไตล์

SHEEPแบรนด์เคสและแก็ดเจ็ตสัญชาติไทย เผยโฉมเคสคอลเลคชั่นล่าสุด  SHEEP × POLCASAN   โดย SHEEP นำ Polcasan คาแรกเตอร์ชื่อดัง มาพัฒนาเป็น Phone Case Collection ที่เป็นเคสยัยซังครั้งแรกของโลก พร้อมต่อยอดสู่แฟชั่นไลฟ์สไตล์ไอเท็ม ที่สะท้อนตัวตน ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และวัฒนธรรมแฟนด้อมยุคใหม่ 

                 
อภินันท์ ตรีรัตน์พิจารณ์ (คุณตุ่ย) Founder & CEO บริษัท ชีพ แก็ดเจ็ต จำกัด  กล่าวว่า การร่วมงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงนำคาแรคเตอร์ “โพก้าซัง” มาต่อยอดบนสินค้า  แต่สะท้อนแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ไทย × คาแรคเตอร์ไทย  ที่มี DNA ร่วมกันอย่างชัดเจน และสามารถเติบโตไปด้วยกันในตลาดไลฟ์สไตล์ Polcasan  เป็นคาแรกเตอร์ที่เป็นลูกของ เต-ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว-ฐิติภูมิ  เตชะอภัยคุณ ขณะที่ SHEEP คือแบรนด์ที่เชื่อในการแสดงตัวตนผ่านสิ่งของในชีวิตประจำวัน  เรามองว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ไม่ควรทำหน้าที่แค่ใช้งาน แต่ต้องสะท้อนตัวตนและความรู้สึกของผู้ใช้ได้จริง         

 “Polcasan” เป็นลูกครึ่งผสมกันระหว่าง หมีโพลาร์-วาฬออร์กา ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มแฟนด้อมคอลเลคชั่น  SHEEP × POLCASAN เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ความทรงจำดี ๆ ของแฟนด้อมที่ได้เห็นยัยซังมาในรูปแบบของเคสมือถือที่อยู่ใกล้ๆตัวทุกคน    SHEEP อยากให้ทุกคนเชื่อในจินตนาการของตัวเองผ่าน Polcasan Collection เพราะทุกไอเดียมักเริ่มจากจินตนาการเล็กๆ   โดยSHEEP ดีไซน์ลายเส้นแบบ Doodle ภายใต้คอนเซ็ปต์ Doodle The Confidence  ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายเส้นอิสระของสีเทียนและความกล้าในวัยเด็กที่ไม่กลัวถูกผิด โดยเคส Polcasan ถ่ายทอด ออกมา2 ลายให้เลือก ลาย I am Polcasan กับลาย Polcasan รองรับ iPhone รุ่น 11 – 17 และ Samsung Galaxy S23 Ultra – S26 Ultra  ตอกย้ำกลยุทธ์ของแบรนด์ในการขยายจาก “เคสมือถือ” สู่ “Lifestyle Accessories Brand” ที่ผสานแฟชั่น เทคโนโลยี และวัฒนธรรมป๊อปเข้าด้วยกัน

“เราเชื่อว่า คอลเลคชั่น SHEEP × POLCASAN    คืออีกก้าวสำคัญของแบรนด์ไทยยุคใหม่ ที่นำคาแรคเตอร์มาต่อยอดสู่สินค้าไลฟ์สไตล์  พร้อมผลักดันงานดีไซน์และศักยภาพการผลิตของไทย สู่ระดับสากล”   คุณอภินันท์ กล่าวทิ้งท้าย               

ด้านบรรยากาศภายในงาน SHEEP : Doodle The Confidence  จัดขึ้นที่  เดอะมอลล์ไลฟ์สโตล์  บางกะปิ ถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ห้องเรียนแห่งจินตนาการ” พร้อมผนังกระดาษกราฟสำหรับร่วมสร้างสรรค์ลายเส้น โต๊ะเรียน เก้าอี้ และโซนจัดแสดงเคสในรูปแบบล็อกเกอร์นักเรียน ภายในงานยังมี “เต-ตะวัน” และ “นิว-ฐิติภูมิ” ร่วมพูดคุยพร้อมด้วย POLCASAN และ Special Friend อย่าง “สำรวย” และ “อะโวเชี่ยน”  ที่มาร่วมโชว์พิเศษและสร้างโมเมนต์อบอุ่นกับแฟนคลับสะท้อนพลังของแฟนด้อมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไลฟ์สไตล์และการสร้างแบรนด์ยุคใหม่

พบกับ SHEEP × POLCASAN เคสยัยซังครั้งแรกของโลก ได้ทั้ง 11 สาขาด้วยกัน ร้าน SHEEP Flagship Store  3 สาขา ที่ขายเฉพาะสินค้าแบรนด์SHEEP เซ็นทรัลเวิลด์,เมกะบางนาและฟิวเจอร์พาร์ครังสิต

 ร้านAppleSheep 8 สาขา  ที่ขายสินค้าในรูปแบบ Multi-Store โดยจะมีทั้งสินค้าแบรนด์SHEEP และแบรนด์อื่น ๆให้เลือกซื้อ ซึ่งจะมีทั้งสินค้า Gadget และไลฟ์สไตล์ ได้แก่สาขา เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ,  ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ,แฟชั่นไอแลนด์ , เซ็นทรัลลาดพร้าว , เซ็นทรัลรามอินทรา, เซ็นทรัลเวสต์วิลล์  , เซ็นทรัลขอนแก่น ,เซ็นทรัลหาดใหญ่ หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่  www.applesheepth.com, Line: @applesheep, 

Facebook: AppleSheep เคส ipadpro มีที่เก็บปากกา,
Instagram: applesheepth, Tiktok: applesheepth